Friday, September 7, 2012

ทำไมต้องสงวนพันธุ์สัตว์ป่า

Photo: Aspenbreeze

การรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไว้มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การรักษาคุณค่าของชีวิตไว้กับมนุษยชาติ เรื่องราวต่อไปนี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไมต้องสงวนพันธุ์สัตว์ป่า จากจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงมายังโลก พลังงานแสงและพลังงานอื่นๆ ได้ถูกดูดเข้ามาเก็บสะสมไว้ ทำให้เกิดชีวิตเล็กๆ ซึ่งกลายเป็นพืชที่คอยช่วยปกคลุมผิวโลกไม่ให้ถูกน้ำฝนกัดเซาะมากเกินไป การทำงานของพืช คือเอาพลังงานแสงมาใช้ เพื่อเปลี่ยนแปลงแร่ธาตุจากดิน มาเป็นพลังงานเคมี แล้วเก็บรักษาไว้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ใบ ดอก ผลและลำต้น พลังงานเคมีเหล่านี้ถูกสร้างสะสมไว้บนผิวโลกมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายล้านปีโดยไม่มีการถ่ายเทไปที่อื่น
อะไรเล่าที่จะช่วยระบายพลังงานเหล่านี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของโลกและมวลมนุษย์ ทางออกอย่างหนึ่งคือ ต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตด้วยกันคอยทำหน้าที่นำพลังงานเหล่านี้ไปใช้ พร้อมกับส่งมันออกไปจากผิวโลก ตลอดจนคอยดูแลรักษาพรรณพืช ด้วยการช่วยผสมพันธุ์ กระจายพันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์ให้ดำรงอยู่ตลอดไปด้วยวิถีทางธรรมชาติ
สิ่งมีชีวิตนี้ก็คือ “สัตว์ป่า” โดยธรรมชาติสัตว์ป่าจะกิน ดอก ใบ ผล และลำต้นของพืชในอัตราที่เหมาะสม เมื่อได้พลังงานจากพืชไป ก็จะใช้ในการสร้างเสริมร่างกายเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 90 เปอร์เซ็นต์ ถูกใช้ในการเคลื่อนไหวและหายใจ คือ ถูกเผาผลาญไปจนหมดสิ้น นั่นก็คือ การส่งพลังงานคืนไปสู่ชั้นของบรรยากาศ กลับไปสู่ต้นกำเนิดนั่นเอง
คงไม่ผิดถ้าเราจะเรียกการที่สัตว์กินพันธุ์พืชต่างๆ และส่งกลับคืนต้นกำเนิดว่า ความสมดุลทางธรรมชาติ เราคงไม่สามารถตีค่าความสำคัญของสัตว์ป่าออกมาได้ชัดเจนกว่านี้ ในความเป็นจริงเราคงจะเห็นได้ว่า สัตว์ป่ามีประโยชน์ต่อป่า และหมายถึงมีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์เพียงไร
เราไม่ได้ยกให้สัตว์ป่ามีความสำคัญมากไปกว่ามนุษย์ แต่ทุกชีวิตในโลกนี้ ล้วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน การทำลายล้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้หมดไป จะเป็นการเร่งทำลายโลกให้จบสิ้นในเร็ววัน เราคงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น มิใช่หรือ

Thursday, September 6, 2012

ในธรรมชาติ มีความสัมพันธ์


ป่าดงดิบ รกทึบ หนาแน่น เขียวชอุ่มด้วยพันธุ์ไม้หลายร้อยชนิด ที่ขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และชนาดเล็ก อาทิ ไม้ยาง ตะเคียน กะบาก หลุมพอ เคี่ยม จำปาป่า มะหวด มะม่วง ตาเสือ
รวมทั้งพันธุ์ไม้ขนาดเล็กชนิดอื่นที่ขึ้นปะปนอยู่ ซึ่งเรียกว่า ไม้พื้นล่าง เช่น ไผ่บง ไผ่หก ระกำ กระวาน หวายและเถาวัลย์ชนิดต่างๆ อีกมากมาย ตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้มีพืชอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อย่างผักกูด มอส กล้วยไม้ ผักกระสัง สะเหิน และพืชที่มีเง่าอุ้มน้ำชนิดต่างๆ
ลำธารใสไหลซอกซอนไปตามลำห้วยอันคดเคี้ยว เป็นลำธารที่จะไม่แห้งเหือด และใสไหลเย็นตลอดปี
เหล่านี้คือแหล่งกำเนิดชีวิต ชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มวลหมู่ผีเสื้อหลากสีบินร่อนดอมดมเกสรดอกไม้ จากต้นโน้นไปต้นนี้ เป็นการผสมพันธุ์ให้กับพันธุ์ไม้ ฝูงนกเขาเปล้าเข้าจิกตีลูกไทรสุก ให้ร่วงหล่นสู่พื้น บรรดาสัตว์ป่าข้างล่างได้จิกกิน นกเงือกกระเดาะลูกไทรเข้าปาก เพื่อบ่มไว้ในกระเพาะก่อนนำไปปล่อยยังที่ห่างไกล นกหัวขวานเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้และใช้ลิ้นอันยาวเหยียดล้วงเอาแมลงหรือหนอนที่กำลังเจาะไชแก่นกลางของลำต้นออกมา นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ในหน้าที่ของสัตว์ป่าในการทะนุบำรุงรักษาป่า อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่เป็นทรัพยากรอันมีค่าของมวลมนุษย์
ป่าไม้และมวลเหล่าสัตว์ป่าคือ ชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่จะมีมนุษย์สักเท่าไรที่รู้สึกอย่างนี้ มิฉะนั้นเราคงไม่ตั้งหน้าตั้งตาทำลายล้างป่าและสัตว์ป่าจนดูเหมือนว่าเราไม่ต้องการให้มีป่าและสัตว์ป่าหลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกแล้ว เราลืมไปว่า นกต่างๆ ได้ช่วยกินแมลง กินงูกินหนูที่เป็นศัตรูพืชไปมากเช่นไร เราหันมาใช้ยาฆ่าแมลง ฆ่าหนูแทน ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้สภาพแวดล้อมและน้ำในลำธารเน่าเสีย และอากาศเป็นพิษเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องเรียนรู้และเข้าใจความสมดุลที่ไม่ใช่มีไว้เพื่อประดับโลกให้สวยงามเท่านั้น
โลกใบนี้ เป็นโลกสำหรับการอยู่ร่วมกันของทุกชีวิต อันตรายใดๆ ที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้นกับชีวิตอื่นๆ อันตรายนั้นจะต้องย้อนกลับมาหามนุษย์อย่างแน่นอน และเมื่อใดเราได้เรียนรู้และเข้าใจในความสมดุลกันอย่างเหมาะสมของธรรมชาติแล้ว เราคงอยากที่จะทำนุบำรุงรักษาไว้ มากกว่าที่จะทำลาย ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของมวลมนุษยชาติต่อไป นั่นเอง