Thursday, September 6, 2012

ในธรรมชาติ มีความสัมพันธ์


ป่าดงดิบ รกทึบ หนาแน่น เขียวชอุ่มด้วยพันธุ์ไม้หลายร้อยชนิด ที่ขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และชนาดเล็ก อาทิ ไม้ยาง ตะเคียน กะบาก หลุมพอ เคี่ยม จำปาป่า มะหวด มะม่วง ตาเสือ
รวมทั้งพันธุ์ไม้ขนาดเล็กชนิดอื่นที่ขึ้นปะปนอยู่ ซึ่งเรียกว่า ไม้พื้นล่าง เช่น ไผ่บง ไผ่หก ระกำ กระวาน หวายและเถาวัลย์ชนิดต่างๆ อีกมากมาย ตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้มีพืชอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อย่างผักกูด มอส กล้วยไม้ ผักกระสัง สะเหิน และพืชที่มีเง่าอุ้มน้ำชนิดต่างๆ
ลำธารใสไหลซอกซอนไปตามลำห้วยอันคดเคี้ยว เป็นลำธารที่จะไม่แห้งเหือด และใสไหลเย็นตลอดปี
เหล่านี้คือแหล่งกำเนิดชีวิต ชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มวลหมู่ผีเสื้อหลากสีบินร่อนดอมดมเกสรดอกไม้ จากต้นโน้นไปต้นนี้ เป็นการผสมพันธุ์ให้กับพันธุ์ไม้ ฝูงนกเขาเปล้าเข้าจิกตีลูกไทรสุก ให้ร่วงหล่นสู่พื้น บรรดาสัตว์ป่าข้างล่างได้จิกกิน นกเงือกกระเดาะลูกไทรเข้าปาก เพื่อบ่มไว้ในกระเพาะก่อนนำไปปล่อยยังที่ห่างไกล นกหัวขวานเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้และใช้ลิ้นอันยาวเหยียดล้วงเอาแมลงหรือหนอนที่กำลังเจาะไชแก่นกลางของลำต้นออกมา นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ในหน้าที่ของสัตว์ป่าในการทะนุบำรุงรักษาป่า อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่เป็นทรัพยากรอันมีค่าของมวลมนุษย์
ป่าไม้และมวลเหล่าสัตว์ป่าคือ ชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่จะมีมนุษย์สักเท่าไรที่รู้สึกอย่างนี้ มิฉะนั้นเราคงไม่ตั้งหน้าตั้งตาทำลายล้างป่าและสัตว์ป่าจนดูเหมือนว่าเราไม่ต้องการให้มีป่าและสัตว์ป่าหลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกแล้ว เราลืมไปว่า นกต่างๆ ได้ช่วยกินแมลง กินงูกินหนูที่เป็นศัตรูพืชไปมากเช่นไร เราหันมาใช้ยาฆ่าแมลง ฆ่าหนูแทน ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้สภาพแวดล้อมและน้ำในลำธารเน่าเสีย และอากาศเป็นพิษเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องเรียนรู้และเข้าใจความสมดุลที่ไม่ใช่มีไว้เพื่อประดับโลกให้สวยงามเท่านั้น
โลกใบนี้ เป็นโลกสำหรับการอยู่ร่วมกันของทุกชีวิต อันตรายใดๆ ที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้นกับชีวิตอื่นๆ อันตรายนั้นจะต้องย้อนกลับมาหามนุษย์อย่างแน่นอน และเมื่อใดเราได้เรียนรู้และเข้าใจในความสมดุลกันอย่างเหมาะสมของธรรมชาติแล้ว เราคงอยากที่จะทำนุบำรุงรักษาไว้ มากกว่าที่จะทำลาย ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของมวลมนุษยชาติต่อไป นั่นเอง

No comments:

Post a Comment